Home ทั่วไป ลูกลุงพลร่ำไห้ ไม่อยากไปจากหมู่บ้าน เมียเลือกเคียงข้าง จบคดีจะไปหาที่อยู่ใหม่

ลูกลุงพลร่ำไห้ ไม่อยากไปจากหมู่บ้าน เมียเลือกเคียงข้าง จบคดีจะไปหาที่อยู่ใหม่

2 second read
0
0
37

จากกรณีรายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอแฝง ล่าสุดมีปมที่ระบุว่าพี่สาวของน้องชมพู่ไม่ได้หลับวันที่น้องชมพู่หายตัวไป แต่อาจไม่ได้หลับและเล่นโทรศัพท์อยู่ที่หน้าบ้าน จากข้อมูลพบว่ามีการเล่นแอปฯ TikTok จนถึงเวลา 09.45 น.

โดยไทม์ไลน์ของนายไชย์พล ลุงน้องชมพู่ วันที่ 11 พ.ค. 63 วันที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น เวลา 09.30 น. กลับมาจากสวนถึงบ้าน และออกไปส่งพระที่วัด ถึงเวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น

อย่างไรก็ตาม สรุปคำชี้แจงลุงพล ที่ยังเป็นปริศนา เหลือเวลา 07.06 น. ซึ่งยังเป็นข้อสงสัยว่าลุงพลหายไปอยู่ที่ไหน และทำอะไรอยู่

โดยเมื่อลุงพลมาถึงวัดภูผาแอก ได้เดินต่อไปยังศาลาการเปรียญ จากนั้นมีกราบพระ และไปที่แคร่ ยกขนของ ของพระครูบารัตน์ และเดินกลับมาที่รถ เพื่อนำเชือกรัดของที่หลังกระบะ ก่อนจะเดินต่อไปยังโรงครัวของวัด และมีการพูดคุยกับพระอธิการบุญมา รวมทั้งครูบารัตน์ก็เดินมาด้วย

ตอนนั้นก็มีโยมแม่ออกของวัดอยู่ด้วย (แม่ดอน แม่ทอง) ลุงพลก็ไปหยิบกระสอบข้าวที่โรงครัว จากนั้นก็ยกข้าวไปที่รถกระบะ จังหวะนี้ครูบารัตน์ยังไม่เดินตามมา ลุงพลยืนรออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นพระครูบารัตน์ก็มาที่รถ ลุงพลก็ออกจากวัด โดยจับเวลาที่อยู่ในวัดได้ 8.23 นาที รวมตั้งแต่ออกจากบ้าน 14.54 น.

เมื่อย้อนคำสัมภาษณ์ของครูบารัตน์ ถึงเหตุการณ์ในวันที่ 11 ก.ค.63 สามารถสรุปได้ดังนี้

สำหรับพระครูบารัตน์ ระบุว่า เห็นลุงพลจอดรถ จากนั้นเดินไปกราบพระ จึงสั่งให้ช่วยยกกรด บาตร ขึ้นท้ายรถ ลุงพลเดินไปที่ครัว ลุงพลเดินตามหลังมาไม่เกิน 5 นาที ลุงพลแบกกระสอบข้าวขึ้นท้ายรถกระบะ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ก.ค.63 ที่ผ่านมา นายไชย์พล วิภา ลุงของชมพู่ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการย้ายออกจากหมู่บ้าน ตนต้องดูภรรยาและลูก ๆ ด้วย หากย้ายก็คงไปที่ที่สบายใจ อยู่ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ คับใจ เป้าหมายหากจะไปก็คือบ้านเกิด สุดท้ายต้องดูที่ลูกกับภรรยา ซึ่งป้าแต๋น ก็บอกว่าสามารถอยู่ได้ที่บ้านกกกอก และก็สามารถย้ายไปได้หากตนต้องการไป ส่วนเรื่องบวชยังไม่ได้วางแผนว่าจะไปที่ไหน ก็มีมองไว้บ้าง แต่ยังไม่อยากพูดออกไป เดี๋ยวจะเกิดความไม่สบายใจกับวัด

นางสมพร หลาบโพธิ์ ป้าของชมพู่ กล่าวว่า เรื่องนี้ลูกชายคนโตได้ยินเมื่อวาน ก็ไปสอบถามทำนองว่า พ่อจะย้ายไปไหน ลูกชายก็บอกว่าไม่อยากให้ย้ายไปไหน อยากให้อยู่ที่นี่ ลูกก็น้ำตาคลอ ซึ่งตนก็บอกว่าบ้านเราอยู่ตรงนี้ แทบไม่ได้ไปสุงสิงกับใคร คนไหนคนดีเราก็ไปใกล้ชิด คนไหนไม่ใช่คนดีเราก็ไม่ไปใกล้ ก็ไม่คิดอะไรมาก

ส่วนที่น้องโอมไม่อยากให้ย้าย ก็คิดว่าลูกเคยย้ายจาก กรุงเทพฯ มาครั้งหนึ่ง ไม่อยากจะย้ายไปที่ไหน เพราะสนิทกับเพื่อนแล้ว ส่วนตัวก็ได้คุยกับลุงพลแล้ว ก็บอกว่าหากลูกไม่ไปไหน ลุงพลก็ไม่ไป ส่วนตัวคิดว่าลุงพลคงพูดเพราะน้อยใจในโชคชะตา ตนคิดว่าหากสามีตัดสินใจย้ายไป ตนก็คงไปด้วย

แต่โอกาสคงน้อย เพราะลูกอยากอยู่ ตนเคยพูดว่า บ้านถึงจะเป็นแบบที่เห็นในภาพ แต่ความสุขไม่น้อยกว่าใคร มีความสุขที่ได้กอดลูกทุกวัน หากจบคดีนี้ไปแล้วผ่านไปได้ด้วยดี ตนจะไปทำบุญและกล่าวสาธุเป็นสิ่งแรก

นายไชย์พล ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับนางสมพร หลาบโพธิ์ ป้าน้องชมพู่ โดยมาทำธุระในตัวเมืองสกลนคร ซึ่งก็มีชาวบ้านขับรถผ่านจุดที่ลุงพลมาทำธุระ เอารถมาซ่อม จอดรถทักทายให้กำลังใจลุงพล และโผกอดป้าแต๋น ซึ่งชาวบ้านรายนี้ถึงขั้นน้ำตาคลอเบ้า

จากนั้นมีการชักชวนลุงพลให้ไปที่บ้าน เนื่องจากถูกชะตา และเห็นข่าวในวันที่ไปคำชะโนด ซึ่งตัวเองมีความศรัทธา ขอเชิญไปที่บ้านพัก เนื่องจากมีสิ่งของที่อยากจะให้ ทีมข่าวตามมาที่บ้านของชาวบ้านที่มาให้กำลังใจ ทราบชื่อ น.ส.ฉัฐมา เทพนิยม อ้างตัวว่าเป็นคนมีองค์ของเจ้าย่าศรีนคราบาดาล หรือ เจ้าย่าศรีเมือง เป็นแม่ปู่ศรีสุทโธ

โดย น.ส.ฉัฐมา ได้นำหัวใจพระโพธิสัตย์ เป็นดวงแก้วที่ใสสะอาด เพื่อให้คุ้มครองลุงพล ระบุว่า ตนขับรถจะกลับบ้าน แต่ได้เห็นลุงพลเดินอยู่ข้างทาง โดยเห็นสีเสื้อ เห็นฝ้ายผูกแขน เลยคิดว่าน่าจะเป็นลุงพล จึงถามกับแฟนว่าเห็นหรือไม่ ตอนนั้นตนก็ขับรถเลยไปแล้ว ก็กลับรถกลับมาใหม่

ส่วนตัวดูข่าวมาตลอด ตนก็นั่งลุ้นคดีมาเรื่อย ๆ ตนเห็นลุงพลก็อยากให้กำลังใจ โดยเฉพาะวันไปคำชะโนด ตนเห็นภาพลุงพลยกบายศรีพญานาคแล้วเกิดลมพัด ตอนนั้นตนดูหน้าทีวี ตนศรัทธาในพญานาค ตนขนลุกขึ้นหน้าทีวีเลย ตอนนั้นเลยคิดว่าปู่ย่ารับรู้แล้ว ไม่ใช่แค่ปู่ศรีสุทโธ และลงไปถึงเจ้าย่าศรีนครบาดาล ซึ่งเป็นเจ้าย่าใหญ่ ว่าลูกท่านกลับบ้านแล้ว เชื่อว่าคำอธิษฐานของลุงพลได้รับการตอบรับ

ตนเชื่อว่าคนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง สัมภเวสีที่ไหนก็ต้องคุ้มครอง ตนยังคุยกับแฟนว่า หากตนมีรางวัลใหญ่จะไปบ้านกกกอก เพื่อเอาของบางอย่างให้ลุงพล ซึ่งวันนี้เกิดบังเอิญเจอพอดี ก็คิดว่าเป็นเรื่องแปลกใจ ส่วนตัวดีใจจนน้ำตาคลอ ตนตื่นเต้น เพราะอยากไปให้กำลังใจ คนเห็นแล้วเหมือนเป็นญาติกัน

ตนไม่ทราบเหมือนกันว่ารู้สึกได้อย่างไร ตนเป็นคนมีสัมผัสที่ 6 พอเห็นลุงพลแล้วเหมือนเป็นญาติพี่น้อง ลูกหลานกัน ตนเชื่อว่าคนบุญต้องเจอคนบุญ ผีต้องเจอผี จึงอยากให้กำลังใจ ตอนกอดป้าแต๋น รู้สึกดีใจน้ำตาเลยคลอ ใครจะเชื่อหรือไม่ตนไม่รู้

น.ส.ฉัฐมา ยังระบุว่า สิ่งที่ตนสัมผัสเหมือนเป็นกระแสจิตผ่านตน รับรู้ได้ว่าท่านต้องการสื่อสารอะไร ตนไม่ต้องการเข้าทรง ไม่เคยลงทรงให้ใคร เพียงแค่ตนมีของอยู่ในตัว

แหล่งที่มา : Amarintv.tv

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

หนุ่มโวย มีพัสดุเก็บเงินปลายทางส่งถึง โดนหลอกซื้อของทั้งที่ไม่ได้สั่ง

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ออกมาเตือนภัยกันอยู่บ่อยๆ กับการหลอกจำหน่ายของผ่านทางออนไ…